my life

                                             my life                    

            เขียนไดมามากกว่าหนึ่งอันแล้ว ยังไม่ได้ทำความรู้จักกันเลย วันนี้เราจะมาเล่าเรื่องของเราแล้วกัน อิอิ

เราชื่อ น้ำผึ้ง แซ่อุ่ย เรียกสั้นๆว่า ผึ้ง นะ ตอนนี้เราอายุ 26 ปีแล้วล่ะ (เพิ่งผ่านวันเกินมาเอง) ตอนที่ฉันยังเป็นเด็กเล็กๆจำความอะไรก็ไม่ได้ ฉันไม่รู้เรื่องอะไรหรอก เหอๆๆ (ตอนเล็กมากๆใครจาไปจำได้ว่ะ) แต่พอจำความได้ฉันก็รู้ว่า ฉันอยู่กับแม่ ซึ่งมีตั้งสองคนแน่ะ ก็ยายพีร์กะยายหมูงัย

แม่พีร์น่ะดุมากๆๆๆ ฉันเป็นคนทำอะไรชักช้า อืดอาด กินข้าวก็อมเกือบครึ่งชั่วโมง คุณพีร์น่ะใจร้อน(ตอนสาวๆ) เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจ ทุกเช้าฉันกะคุณพีร์ก็จะรบกัน บางวันฉันก็ร้องหายไปโรงเรียนตอนฉันอยู่อนุบาล ส่วนคุณหมูนี่สิใจดี ใจเย็น เค้าไม่ค่อยดุฉันหรอก นานน้านจะด่าสักที แต่ขอบอกว่าด่าเจ็บมาก ตอนเด็กๆเท่าที่ฉันจำได้ ฉันไม่ชอบอยู่บ้านหรอก ชอบออกไปหาเพื่อนข้างๆบ้านมากกว่า ไปวิ่งเล่น สิ่งที่ฉันชอบมากที่สุดคือปีนต้นไม้ (แต่ทำไมตอนโตดันเป็นโรคกลัวความสูงซะงั้น) ชอบดูเซร่ามูนมากๆเลย ส่วนเรื่องเรียนฉันเรียนไม่เก่ง ไม่สนใจในวิชาเรียนอะไรทั้งนั้น ฉันรู้แต่ว่าฉันต้องไปโรงเรียน โดยไม่รู้สาเหตุว่าไปทำไม

ช่วงปิดเทอมพ่อเคยมาหาฉันนั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันรู้จักพ่อ และฉันก็ได้รู้ว่า อ้อฉันก็มีพี่น้องอีก สาม คนแน่ะ แตพี่น้องของฉัน พ่อและแม่ต่างก็อยู่ที่สมุทรปราการ ส่วนตัวเองอยู่กับแม่หมูแม่พีร์ที่มารู้ทีหลังว่าเป็นอากะป้าที่จังหวัดประจวบฯ ตัวฉันเองก็ไม่ได้คิดอะไรคงเป็นเพราะฉันยังเด็กและออกจาซื่อบื่อนิดๆ ฉันไม่ชอบใช้ความคิดน่ะ ขี้เกียจ และฉันเป็นคนขี้เหงาเพราะฉันอยู่คนเดียว ฉันหมายถึง ฉันเหมือนไม่มีญาติพี่น้องกับเค้าง่ะ

พอฉันเริ่มเข้ามัธยม ดูเหมือนว่าฉันจะเรียนเก่ง แต่ไปๆมาๆฉันก็รู้ว่าตัวเองขี้เกียจมากไม่ตั้งใจ และก็ไม่มีอนาคตเอาเสียเลย จัดอยู่ในกลุ่มเด็กเรียนแย่ วันๆชอบหาเรื่องไม่อยากไปเรียน แต่ฉันก็ไม่ถึงขั้นติดยา มั่วสุม เลวทรามขนาดนั้นนะ แค่เด็กขี้เกียจคนหนึ่งเท่านั้น  แต่ฉันก็จบมอปลายจนได้ด้วยคะแนนที่น้อยนิด อิอิ ซึ่งแม่ฉันก็เกือบหัวใจวายเนื่องจากลุ้นมากไปหน่อย เหอๆๆ เพราะช่วงเวลาที่ฉันเรียนมอปลาย ฉันกับแม่พีร์ไม่ค่อยเข้าหน้ากันเท่าไหร่ ฉันถูกตีด้วยละ ฉันกลับบ้านดึก แค่สามทุ่มเอง คิดดูเป็นที่กรุงเทพเค้าเรียกว่าหัววัน (แก้ต้ว) คิดไปคิดมา ฉันน่ะโชคดีที่ฉันอยู่ต่างจังหวัด ไม่เช่นนั้นฉันคงกลับเช้าอย่างที่รู้ๆกัน แล้วหลังจากนั้น ฉันก็ตอ้งเรียนต่อปริญญาตรี

จนถึงตอนนี้ฉันก็ยังไม่เข้าใจหรอกว่าฉันเรียนทำไม ด้วสติปัญญาของฉันก็เข้าศึกษาต่อ ม.รามคำแหง มหาลัยในดวงใจ ไม่มีคะแนนเข้าเรียน สอบล้วนๆ ราคาก็ถูก ในส่วนลึกๆฉันไม่ชอบเข้าclass ฉันเข้ากับอาจารย์ไม่ค่อยได้ตั้งแต่สมัยตอนมอปลาย และแล้วผลสอบของปีหนึ่งก็ออกมาอย่างงดงาม ลงสอบ 8 ตัว ผ่าน 3 ตก 5 ก็อย่างว่าสันดานขี้เกียจมันแก้ยากจริงๆ

อันที่จิงฉันมีเพื่อนชื่อนางส้ม เราสนิทกันตั้งแต่มัธยมต้นแล้ว นี่ก็13ปีแล้วล่ะ โฮๆๆๆๆนานโคด คงเป็นเพราะฉันมีเพื่อนที่ดี เพราะนางส้ม ฉันจึงเปลี่ยน เนื่องจากนางส้มไปรู้จักเพื่อนกลุ่มนึง ซึ่งเตยพักในหอพักสตรีแห่งนึงด้วยกัน แล้วบังเอิญไอเพื่อนกลุ่มนี้มันดันขยัน เรียนเก่งฉันก็ติดสอยห้อยตามเขาไป เห็นเค้าอ่านหนังสือ ก็อ่านบ้าง ตั้งใจเรียนมากขึ้น ไม่น่าเชื่อว่าฉันทำได้ ปีสองฉันไม่ตกเลยสักวิชา อิอิ (แอบภูมิใจ) และปีสามเกรดดีขึ้น จนจบปริญญาตรีจนได้ ภายใน สามปี ฉันมีแรงบัลดาลใจว่าถ้ารีบเรียนจบเร็วๆ ฉันจาได้ทำงาน ไม่ต้องเรียนแล้วววววววว เหอๆๆๆ(ความคิด) แม่ฉันก็ดีใจมาก ส่วนตัวฉันเองก็ดีใจไม่แพ้กัน แต่..... ฉันก็ไม่เข้าใจว่าเรียนทำไม ด้วยอายุขนาดนั้นฉันก็คิดแค่เพียงว่าฉันต้องมีงานทำ ถ้าฉันมีใบปริญญา แค่เนี้ยะที่คิดได้ ฉันนั่งคิดว่าทำไมฉันมีชีวิตที่จืดชืดมากๆๆๆๆๆ

หลังจากจบปริญญาตรี ฉันก็ยังไม่ได้ทำงานหรอก เพราะโชคชะตาพาฉันมาที่อินเดีย ฉันต้องมาเรียนต่อ ป โทที่อินเดีย ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันโชคดีหือโชคร้าย แต่ฉันก็ตัดสินใจแล้วว่าฉันจามาเรียนต่อ...............อิอิ ติดตามตอนต่อไปแล้วกันนะ 

                                my life

     Share

<< รองเท้ากับชีวิตsaddddddd >>

Posted on Mon 14 Jan 2008 22:50

Comment
jai ray
kill my mood aaa,what more?
up soon derrrrr
jeenaa   
Thu 31 Jan 2008 22:19 [1]


Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh